แบ่งปัน

ท้องถนนยามค่ำคืนในโลกยุคอนาคตอาจส่องสว่างด้วยแสงไฟที่เรืองออกมาจากต้นไม้ ต้องขอบคุณความก้าวหน้าในการสร้างสรรค์พืชสายพันธุ์ใหม่ที่สามารถเรืองแสงได้ (Bioluminescent plants) โดยผู้เชี่ยวชาญทำการใส่อนุภาคระดับนาโนเข้าไปในใบไม้ของต้นแพงพวย ทำให้มันเรืองแสงได้เป็นเวลานาน 4 ชั่วโมง ทำให้เกิดไอเดียใหม่ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้มากมาย

1079055-img.t1nv1d.1rhp0

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเคมีนี้ สามารภสร้างแสงสว่างได้เพียงพอสำหรับการอ่านหนังสือ ซึ่งเป็นเทคนิคเดียวกับการสร้างแสงสว่างของหิ่งห้อย และเพื่อการสร้างต้นไม้ที่สามารถเรืองแสงได้ วิศวกรจากสถานบัน MIT (Massachusetts Institute of Technology) พวกเขาเลือกใช้เอนไซม์ที่มีชื่อว่า Luciferase (เอนไซม์ลูซิเฟอเรส) ที่ทำปฏิกิริยากับโมเลกุล Luciferin เพื่อทำให้เกิดการเรืองแสง อนุภาคระดับนาโนช่วยนำพาเอนไซม์เข้าไปยังส่วนที่ถูกต้องของต้นไม้ และช่วยป้องกันไม่ให้กระบวนการสร้างแสงนั้นเกิดความเป็นพิษกับต้นไม้ ผลของการทำแบบนี้คือ ต้นแพงพวยสามารถเรืองแสงได้เหมือนกับโคมไฟอ่านหนังสือเลย ทีมวิจัยเชื่อว่าพวกเขาจะสามารถพัฒนาเทคโนโลยีนี้จนถึงขั้นที่สามารถให้แสงสว่างได้เพียงพอสำหรับห้องทำงานในสำนักงาน หรือแม้กระทั่งส่องสว่างถนนยามค่ำคืน ให่ความสว่างในระดับเทียบเท่าหลอดไฟที่มีกำลังวัตต์ต่ำๆ

คุณ Michael Strano ศาสตราจารย์ด้านเคมีแห่ง MIT และผู้เขียนรายงานวิจัยกล่าวว่า “จุดประสงค์ของงานวิจัยนี้คือการสร้างพืชที่สามารถเรืองแสงได้เหมือนโคมไฟตั้งโต๊ะ โคมไฟที่ไม่ต้องเสียงปลั๊ก และโคมไฟนี้ใช้แหล่งพลังงานจากกระบวนการเผาผลาญอาหารของพืช งานของเราเป็นความจริงจังที่จะสร้างระบบไฟส่องถนนที่ไม่ต้องการอะไรเลยนอกจากต้นไม้ และแถมยังเหมาะจะใช้เป็นแสงสว่างส่องรอบๆ บ้านยามค่ำคืนด้วย”

ทีมของ MIT เชื่อว่าพวกเขาสามารถเพิ่มความสว่างของแสง และเพิ่มระยะเวลาในการส่องแสง โดยการปรับระดับความเข้มข้นของสารเคมี และในอนาคตจะสามารถพัฒนาถึงจุดที่สามารถทา หรือพ่นอนุภาคนาโนลงไปบนใบ้ไม้ ทำให้สามารถเปลี่ยนต้นไม้ขนาดใหญ่ให้เป็นแสงไฟส่องสว่างยามค่ำคืนได้อย่างง่ายดาย

นอกจากนี้ทีมวิจัยยังแสดงให้เห็นว่า สามารถทำให้แสงสว่างที่เรืองออกมาจากต้นไม้นั้นดับลงโดยอัตโนมัติ เมื่อมันเจอกับแสงแดด ด้วยการเติมอนุภาคนาโนที่มีความสามารถในการยับยั้งการส่องสว่าง เรียกได้ว่าทำงานได้เหมือนโคมไฟอัตโนมัติ ที่ติดสว่างตอนมืด แล้วดับลงในตอนเช้าเลยหล่ะ โดยผลงานวิจัยนี้มีการเผยแพร่ผ่านสาร Nano Letters ซึ่งเป็นของสมาคม American Chemical Society

By Klongthomtech.com

ขอบคุณที่มา: http://news.thaiware.com

Related Post

แบ่งปัน
บทความก่อนหน้านี้เทรนด์การออกกำลังกายกำลังมา “4หนุ่มนักกีฬาสุดหล่อ” ดีเจพุฒ บี้ ไต้ฝุ่น ปั้นจั่น ปรมะ
บทความถัดไป[PR] Dealcha! จับมือ Visa เอาใจนักเดินทาง จองที่พักสบายใจ ได้เงินคืนเพิ่มสูงสุด 8% ตลอดปี 2018
กราฟิกดีไซน์สาวแสนติสท์ ชื่อจริงๆชื่อใหม่ ชื่อในโลกโซเชียลชื่อมามิ ชื่อทำเว็บชื่อหมูหัน .. ชอบชื่อไหนก็เรียกชื่อนั้นได้เลย เป็นคนง่ายๆ อะไรก็ได้ ^ - ^ ชอบอยู่คนเดียวเงียบๆ ชอบเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ชอบขีด ชอบเขียน ชอบอ่าน ไม่ชอบพูด .. ไม่ได้มีความรู้เรื่องทำเว็บมากนัก งานดีไซน์ก็เรื่อยๆตามประสาคนหัดทำ งานมาร์เก็ตติ้งก็ศึกษาเอาจากเว็บทั่วไป ขออภัยหากอะไรบางอย่างภายในเว็บดูขัดใจคุณ ขอโทษล่วงหน้านะคะ ------------------------------------------------------------- สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณทุกท่านที่รักและติดตาม เว็บไซต์นี้เสมอมา .. หมูหัน ขอสัญญาว่าจะทำข้อมูลดีๆให้ทุกท่านอ่าน และ จะทำให้ดีมากยิ่งขึ้น สู้ๆ !! (บอกตัวเองไว้ว่าจะไม่ลืมใส่เครดิตทุกครั้ง และถ้าเป็นไปได้จะพยายามหาข้อมูล+เขียนขึ้นมาเองค่ะ) # หากท่านใดที่เป็นเจ้าของข้อมูลดังกล่าว ไม่ชอบหรือไม่ยินดีที่ทางเรานำข้อมูลของท่านมาลง สามารถ inbox เข้ามาเพื่อให้ หมูหัน ลบข้อมูลของท่านได้ทันที .. # ใครรีเควสคลิปไหน เรื่องย่อ บทละคร เนื้อเพลง รูปจากหนังดัง ซีรีย์ดัง ลิ้งก์โหลดเพลง โหลดหนัง ขำขัน สยองขวัญ ขอกันมาได้เลยค่าาา.. แอดมินหมูหันใจดี ขอมา เราจัดให้ !!!! Fanpage : https://www.facebook.com/moohundotcom ------------------------------------------------------------- ขอบคุณจากใจ i love u So Much !! ^ - ^

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.