แบ่งปัน

Joanna Palani นักศึกษารัฐศาสตร์วัย  23 ปี จากเดนมาร์ก
เธอมีค่าหัวถึง 1 ล้านเหรียญสหรัฐไม่ว่าจับเป็นหรือจับตาย
เพราะคาดว่าเธอเด็ดชีพพวก ISIS มากกว่า 100 ศพแล้ว
ในระหว่างการสู้รบร่วมกับกลุ่ม Kurdish Peshmerga ในอีรัคกับซีเรีย

Joanna Palani มีสายเลือดระหว่าง Iranian-Kurdish
เธอเกิดในค่ายผู้ลี้ภัย Ramadi ในอีรัค
ระหว่างช่วงสงครามอ่าวเปอร์เซีย Gulf War
เธอเริ่มยิงปืนครั้งแรกตอนวัย 9 ขวบจนกระทั่งวัยรุ่น
ในปี 2014 เธอพักการศึกษามหาวิทยาลัยในโคเปนเฮเกน
แล้วเดินทางสู่ซีเรียเพื่อทำการสู้รบ
เธอเขียนบน Facebook ถึงแรงจูงใจของเธอคือ

” สู้เพื่อสิทธิของสตรี  เพื่อประชาธิปไตย
คุณค่าของชาวยุโรปที่ได้เรียนรู้มาจากสาวเดนนิส ”

เธอร่วมในการก่อการจราจลต่อต้านรัฐบาลซีเรีย
ที่ได้รับผลพวงกระตุ้นจากเหตุการณ์ Arab Spring
การรบครั้งแรกของเธอคือ
การต่อต้านอำนาจของอัสซาด Assad
แล้วต่อมาคือการต่อสู้กับพวก  ISIS
เธอสู้รบกับพวก ISIS ใน  Kobane
เมืองชายแดนของซีเรียที่เป็นติดกับตุรกี
ในระหว่างที่สู้รบให้กับ Kurdish People’s Protection Units (YPG)
เธอได้ช่วยเหลือและปลดปล่อยเด็กหญิงชาวยาซิดี Yazidi
ที่ถูกคุมขังและตกเป็นทาสกามของพวก ISIS
ในช่วงการสู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่กองทหาร Peshmerga ในอีรัค

การสู้รบของเธอตกเป็นข่าวใหญ่
ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเดนมาร์กต้องเข้ามาเอาใจใส่ในเรื่องนี้
จึงมีการออกคำสั่งห้ามเธอออกนอกประเทศต่อไป
ในตอนที่เธอกลับจากการสู้รบในเดือนกันยายน 2015
เธอถูกคุมขังที่  Vestre Fængsel คุกใหญ่ที่สุดของเดนมาร์ก
เพราะเธอละเมิดคำสั่งด้วยการเดินทางไปที่การ์ตา
เธอต้องต่อสู้กับคดีนี้เป็นเวลากว่า 3 สัปดาห์
ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวพ้นข้อหาดังกล่าว
แต่หนังสือเดินทางของเธอก็ถูกทางการยึดไว้
และไม่ออกเล่มใหม่ให้เธออีกต่อไป

เธอถูกชาวบ้านต่างมองว่า
เธอคือพวกผู้ก่อการร้ายในประเทศตนเอง
ทำให้เธอต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ และย้ายที่อยู่บ่อยครั้ง
เพราะกลัวการแก้แค้นจากพวก ISIS

” ฉันเสียใจที่แหกคอกกฎหมาย
แต่ในตอนนี้ ฉันมีทางเลือกชีวิตแล้ว
ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเรื่องที่ฉันต้องการเสี่ยงชีวิตเอง
เพราะเสรีภาพของฉันถูกพรากจากไปนานแล้ว

ฉันจะไม่ยอมสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างต่อไปอีกแล้ว
ฉันจะสู้รบเพื่อเสรีภาพและความปลอดภัยของพวกเรา ”

1. “ มีการประกาศค่าหัวฉัน 1 ล้านเหรียญสหรัฐไม่ว่าจับเป็นหรือจับตาย
ฉันพบเรื่องนี้ ณ ที่นี่ในเดนมาร์ก  ”

1-ol46uuc1k1xUF9aCdGt-o

Image credits: Asger Ladefoged

 

2. Joanna Palani ยังเป็นวัยรุ่น
แต่ในช่วงปี 2014 เธอพักการเรียนในมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน
แล้วไปร่วมการสู้รบในซีเรีย

2-ol46xnd09S6quxLkhQC-o

Image credits: Sarah Buthmann

 

3. เธอเขียนใน Facebook ว่าได้รับแรงบันดาลใจจาก
“ สู้เพื่อสิทธิสตรี เพื่อประชาธิปไตย
คุณค่าชาวยุโรปที่เรียนรู้จากสตรีชาวเดนมาร์ก ”

3-ol470l8i1nZRkQPoc41-o

Image credits: Unknown

 

4.  คาดว่าเธอยิงพวก ISIS ไปกว่า 100 ศพแล้ว
ในการรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับกลุ่ม Kurdish Peshmerga ในอิรัคกับซีเรีย

4-ol472x65m4W3ALq17hT-o

Image credits: Joanna Palani

 

5.  เธอยังช่วยปลดปล่อยเด็กหญิงชาวยาซิดี Yazidi ที่ถูกคุมขังเป็นทาสกามพวก ISIS

5-ol474qas3lyVEYymFDy-o

Image credits: Asger Ladefoged

 

6.  “ ตอนที่พวกเราเตรียมจะปลดปล่อยเด็กหญิงทาสกามในซ่องโจร ISIS
เราพูดกันว่า นักรบหนึ่งคนเข้าไปช่วย  นักรบอีกหลายคนจะรอดกลับออกมา ”

6-ol479fbdeRyMXYD5ete-o

Image credits: Asger Ladefoged

 

7.  “ บทบาทการเป็นคนซุ่มยิง ครั้งหนึ่ง ฉันเคยอยู่ในแนวหน้าเป็นเวลาถึง  9 วัน
คุณต้องสงบนิ่งเป็นอย่างมาก และเพ่งมองเป้าหมาย ห้ามเสียสมาธิในตอนนั้น ”

7-ol47dhlzkS3GZiTNV13-o

Image credits: Joanna Palani

 

8.  ปฏิบัติการของเธอถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเดนมาร์กตรวจสอบ
แล้วออกคำสั่งห้ามเธอเดินทางเข้าไปในภูมิภาคสู้รบอีก
หลังจากที่เธอกลับจากสนามรบในเดือนกันยายน 2015

8-ol47ieot8zgBKurKIbt-o

Image credits: Joanna Palani

 

9.  เพราะไม่อยากทอดทิ้งสหายร่วมรบตามลำพัง
เธอแหกคอกกฎหมายและมุ่งหน้ากลับไปอีรัค
เธอต้องเดินเท้าถึง 7 ชั่วโมงในตอนกลางคืน
เพื่อข้ามชายแดนกลับเข้าไปในซีเรีย

9-ol47lvas5viOyh9jW6B-o

Image credits: Asger Ladefoged

 

10.  ตอนที่เธอกลับประเทศ  เธอถูกคุมขังถึง  3 สัปดาห์
ในคุกใหญ่ที่สุด Vestre Fængsel ของเดนมาร์ก

10-ol47om76ooa0ZVZibL2-o

Image credits: Sarah Buthmann

 

11.  เธอเชื่อว่าเธอถูกมองว่าเป็นพวกก่อการร้ายในประเทศตนเอง
เธอต้องอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ และย้ายที่อยู่บ่อยครั้งมาก
เพราะกลัวจะถูกพรรคพวกฝ่าย ISIS แก้แค้น

11-ol47rfwd6B08OIzjgCC-o

Image credits: Joanna Palani

 

12.  “ ฉันเสียใจที่แหกคอกกฎหมาย  แต่ในตอนนี้  ฉันมีทางเลือกชีวิตของฉันแล้ว  ”

12-ol47vamghXRyTVqnG1F-o

Image credits: Asger Ladefoged

 

13.  “ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันเสี่ยงตาย
ก็เพื่อเสรีภาพที่ถูกพรากจากไปนานแล้ว
ฉันจะไม่ยอมสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างต่อไปอีกแล้ว
ฉันจะสู้รบเพื่อเสรีภาพและความปลอดภัยของพวกเรา ”

13-ol48185p8QMau6vWulI-o

Image credits: Asger Ladefoged

 

ปู่ พ่อ และลุงของเธอต่างเป็นนักรบชาวเคิร์ด
ที่มีชื่อเสียงของนักสู้ที่รู้จักในฐานะ
Peshmerga  ผู้ยืนหยัดต่อหน้าความตาย

การปฏิวัติอิหร่านทำให้มีการจัดระเบียบประเทศใหม่
มีการจำคุกและประหารชีวิตสมาชิกของครอบครัวของเธอบางคน
ขณะที่กองทัพของซัดดัมฮุสเซนได้ฆ่าญาติคนอื่น ๆ ของเธอ
ด้วยการโจมตีด้วยก๊าซเคมีใน Halabja อิรัก

หมายเหตุ

ชาวเคิร์ดจะอยู่ท่ามกลางประเทศอิรัค ซีเรีย อิหร่าน ตุรกี
แต่ไม่เคยมีเอกราชของประเทศตนเอง
ชาวเคิร์ดเป็นชนกลุ่มน้อยอยู่ในประเทศเหล่านี้
จึงมักจะต้องรับศึกหลายด้าน


ท่ามกลางความทรงจำที่พอจำได้ของ Joanna
ครอบครัวต้องขุดหาน้ำท่ามกลางดวงอาทิตย์
ที่แผดเผาพื้นดินท้องทะเลทราย
ขณะที่พี่ชายกับน้องสาวของเธอต้องเดินไปโรงเรียน
ในเส้นทางเพียงทางเดียวเพื่อหลีกเลี่ยงกับระเบิด
เธอจำได้ว่าภาพร่างกายของเด็กคนหนึ่งแยกเป็นสองส่วน
เพราะผลจากการโจมตีด้วยการยิงลูกระเบิดใส่ค่ายผู้ลี้ภัย

ตอนที่เธออายุได้สามขวบ
ครอบครัวของเธอได้รับอนุญาต
ให้ลี้ภัยไปอยู่ในเดนมาร์ก

เรานั่งเครื่องบินไปเดนมาร์ก
ฉันจำได้ว่านั่งติดกับหน้าต่าง
และกำลังรับประทานโยเกิร์ต

ทันใดนั้นฉันก็อยู่เหนือค่ายผู้ลี้ภัย
และอยู่ในเครื่องบินที่เดินทางไปยุโรป

ฉันอยู่กับแม่ พ่อ พี่ชายทั้งสองคน
พี่สาวคนโตและน้องสาวคนเล็ก
ฉันยังจำครอบครัวชาวเคิร์ดคนอื่น ๆ ได้
มีคนหนึ่งในนั้นที่ฉันยังรู้จัก

เราอยู่ในรถบัสและฉันยังจำได้ว่า
ป้าของฉันร้องไห้เพราะไม่ได้ไปด้วยกันกับเรา

ฉันจำได้ว่าพ่อของฉันใส่เสื้อผ้าแบบยาวของชาวเคิร์ด
และแม่ของฉันอยู่ในชุดเสื้อผ้าอิสลามของเธอ

ฉันจำได้ว่าตอนที่เดินออกจากเครื่องบิน
ฉันจับมือพี่สาวคนโตของฉัน
และเห็นป้ายขนาดใหญ่ที่เขียนว่า ยินดีต้อนรับ

พ่อของฉันถ่ายภาพพวกเราข้างนอก
ด้านนอกป้ายยินดีต้อนรับของสหประชาชาติ

นี่คือภาพแรกของเราในเดนมาร์ก

ด้วยความสดใสและมีไหวพริบ
Joanna เรียนรู้ภาษาเดนมาร์กได้อย่างง่ายดาย
และย้ายถิ่นฐานไปใช้ชีวิตในเมืองเล็ก ๆ ทางภาคเหนือของเดนมาร์ก
แม้ว่าภายในบ้านครอบครัวจะพูดภาษาเคิร์ด
และยังรักษาความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับญาติในอิรัก

ฉันจำได้ว่าฉันเติบโตขึ้นมาด้วยเท้าข้างหนึ่งอยู่ที่เคิร์ด
เท้าอีกข้างหนึ่งอยู่ในเดนมาร์ก “เธอจำได้ว่า

ครอบครัวของฉันยังรักษาประเพณีชาวเคิร์ด
ฉันไม่ได้รับอนุญาตให้ทำตามแบบเพื่อนเดนมาร์กของฉัน
ฉันไม่ได้รับอนุญาตให้มีแฟน หรือมีการติดต่อใด ๆ กับผู้ชาย

เรื่องที่น่าเศร้า เธอเริ่มเหินห่างจากพ่อแม่
ที่มักดุด่าเธอว่า เป็นชาวเดนมาร์กและชาวตะวันตกมากเกินไป

พ่อแม่ของฉันยังเอาประเพณีชาวเคิร์ดมาพร้อมกับพวกเขา
ตอนที่เราเดินทาง พวกเขามักจะบอกให้ฉัน
หยุดทำตัวเหมือนเด็กผู้ชายคนหนึ่ง
และทำตัวเหมือนกับผู้หญิงชาวเคิร์ด
แบบดั้งเดิมและแบบของสาวชาวมุสลิม

เธอให้สัมภาษณ์ว่า
เธอมักจะรวบผมหรือโพกผ้าเสมอ
บางครั้งก็ย้อมผมสีดำเพื่อให้กลมกลืน
กับพื้นที่ซุ่มยิงในเวลากลางคืน


เรื่องเล่าไร้สาระ

รัสเซียจัดการกับพวก ISIS อย่างรุนแรงแบบโหดสัตว์
ด้วยการให้เวลากับผู้ก่อการร้ายและตัวประกัน
ให้ยอมมอบตัวหรือหนีไปให้ไกล ๆ เสีย
ถ้าครบกำหนดจะลงมือปฏิบัติการแบบไม่เลือกหน้า
ด้วยปรัชญาเหี้ยมโหดแบบพวกนักรบมองโกล
ที่รัสเซียเคยตกเป็นเมืองขึ้นกว่า  200 ปีว่า

” ถ้าคุณถูกจับเป็นตัวประกัน
ถ้าคุณรอดตายได้ถือว่าคุณโชคดี
ขอให้พระเจ้าคุ้มครองคุณด้วย

โทษทัณฑ์บาปบุญเป็นเรื่องของพระเจ้า
แต่การลงโทษแทนพระเจ้าคือเรื่องของข้า

ผู้ใดก็ตามที่อยู่ร่วมกับผู้ก่อการร้าย
หรือให้ที่พักพิงผู้ก่อการร้าย
หรือช่วยเหลือผู้ก่อการร้าย
หรือไม่ยอมบอกว่ามีผู้ก่อการร้าย
มาซ่อนตัวอยู่ในบ้าน/บ้านข้างเคียง
จะถือว่าเป็นพวกก่อการร้ายทุกคน
จะจัดการแบบผู้ก่อการร้ายทุกคน
ไม่มีการแยกแยะว่า เด็ก สตรี คนชรา

ถ้ามีการซุ่มยิงเกิดขึ้นจากบริเวณไหน
รัสเซียจะยิงปืนครก ปืนใหญ่ตอบโต้กลับทันที
หรือให้เครื่องบินทิ้งระเบิดปูพรมบริเวณนั้นเลย
ไม่สนใจว่าจะเป็นโรงพยาบาล/สภากาชาดสากล
หรือมีบ้านเรือนพลเรือนอยู่หรือไม่
เพราะถือว่าเป็นพวกโจรร่วมกัน
กับมีโจรแอบแฝงไปใช้สถานที่ดังกล่าว
แบบมงโกลยุคเก่าเผาชาวบ้านทั้งเป็น
แม้ว่าจะหลบซ่อนอยู่มัสยิศสุเหร่าวัดวาอาราม
เพราะถือว่าร่วมมือกับพวกศัตรูเลยไม่ยอมจำนน
กับเป็นการฆ่าคนเลวที่อาศัยศาสนสถานหลบภัย

กรณีตัวอย่างในรัสเซีย

มีความพยายามรัฐประหารด้วยการยึดรัฐสภา
ใช้สมาชิกรัฐสภาเป็นตัวประกันกว่า 300 คน
ประธานาธิบดีบอริส เยลต์ซินสั่งให้ทหารใช้รถถัง ปืนครก
ยิงถล่มใส่อาคารรัฐสภาทันที
พร้อมกองทัพลุยแหลกไม่สนใจชีวิตตัวประกัน
คณะรัฐประหารกลายเป็นกบฎไปเลย

กบฎเชสเนียเคยจับชาวบ้านในโรงละคร
ที่อยู่ระหว่างชมละครกว่า 400 คน
เพื่อต่อรองกับรัฐบาลรัสเซีย
รัฐบาลสั่งให้ใช้ก๊าซน้ำตาอย่างแรง
ส่งผ่านเข้าทางช่องแอร์
แล้วใช้ทหารลุยแหลกทันที
ยิงทิ้งกบฏทั้งหมดที่อยู่ในโรงละคร
แม้ว่ามีจะผู้ก่อการร้ายรายหนึ่ง
เป็นสตรีจะยอมจำนนแล้วก็ตาม
ผลการบุกทำให้ตัวประกันในโรงละคร
ตายมากกว่า 100 คนและบาดเจ็บนับร้อยเช่นกัน

เรียบเรียง/ที่มา

https://goo.gl/6vsiz5
https://goo.gl/Nz3rN5
https://goo.gl/IsKr1D
https://goo.gl/8bWlFl
https://goo.gl/IsKr1D
Facebook  Joanna Palani  https://goo.gl/bFGOCM

ภาพเพิ่มเติม  https://goo.gl/8bWlFl
14-ol6bzwgnpbG96gvVeEk-o
15-ol69q1dc866rtaCG5Go-o
16-ol69qkddr7bPK3zk4jA-o
17-ol69r1anwFtQVwVC6RJ-o

เรื่องเดิม  ทหารผ่านศึก 5 สนามรบวัย 62 ปีซุ่มยิง ISIS ไปแล้ว 173 ศพ https://pantip.com/topic/35023189

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
Iraqi Popular Mobilization Units Sniper kills 173 ISIS fighters – Abu Tahseen 5 war veteran

18-ol64jzefcx83jI5w8SF-o
Joanna Palani บอกว่า พวก ISIS ฆ่าได้ง่ายมาก
แต่พวกทหารอัสซาด Assad ฆ่าได้ยากกว่า
เธอคือหนึ่งในสตรีชาวยุโรปประมาณ 750 คน
ที่เข้าร่วมผจญภัยและสู้รบในซีเรียกับอีรัค
มีสตรีเพียงจำนวนหยิบมือเท่านั้นที่กลับบ้านได้อย่างปลอดภัยสงครามศักดิ์สิทธิ์เกิดขึ้นเพื่อต่อต้านการกดขี่ที่ยาวนานถึง 45 ปี
ของโคตรตระกูลอัสซาดที่สืบทอดกันมา(พ่อสู่ลูก) ในซีเรีย
ได้สร้างแรงบันดาลใจให้นักรบต่างชาติกว่า 27,000 คนจาก 81 ประเทศ
เดินทางเข้าไปร่วมในความขัดแย้งจนเกิดการสู้รบอย่างรุนแรง

แต่ตอนนี้นักรบส่วนใหญ่กลับหันหน้ามารบกับพวก ISIS แทน
เพราะศัตรูร่วมกันในการทำลายชนชาติเคิร์ด Kurd
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นมุสลิมนิกายชีอะห์
ที่เป็นคู่รักคู่แค้นกับ ISIS ที่ส่วนมากเป็นมุสลิมนิกายสุหนี่

สตรีหลายคนถูกชักชวนไปร่วมสู้รบ
ผ่านการโฆษณาชวนเชื่อของพวก ISIS
Joanna Palani วัย 23 ปี นักศึกษาปรัชญาการเมืองที่โคเปนเฮเกน
ได้ไปร่วมสู้รบเพื่อชาวเคิร์ด
ครั้งแรกเธอร่วมกับ  People’s Protection Unit ในซีเรีย (YPG)
แล้วต่อมา Peshmerga  โดยได้รับการฝึกอบรมการรบจากพวกตะวันตก
และได้รับการสนับสนุนหลักจาก Kurdish Regional Government

Peshmerga (ภาษาเคิร์ด Kurdish ผู้ยืนหยัดต่อหน้าความตาย)
ได้รับการยกย่องกับยุทธการ 2 ด้าน
คือ รบกับซัดดัม ฮุสเซน Saddam Hussein (ผู้นำนิกายสุหนี่)
และรบกับพวกอุสมะ บิน ลาเดน Osama Bin Laden
และตอนนี้กำลังเก็บเกี่ยวผลประโยชน์
จากการมีชัยชนะทีละเล็กทีละน้อยกับพวก ISIS ในอีรัค

Palani บุตรสาวและหลานสาวของนักสู้  Peshmerga
เป็นชาวอิหร่านกับเคิร์ด Iranian Kurd
ที่เกิดในค่ายผู้ลี้ภัย UN ที่ Ramadi ในอิรัค ในปี 1993
หลังจากที่ครอบครัวของเธอถูกบังคับ
ให้ย้ายออกจากบ้านช่วงสงครามอ่าวเปอร์เซีย Gulf War
ครอบครัวเธอย้ายไปอยู่ที่โคเปนเฮเกน
ตั้งแต่เธอยังเป็นเด็กวัยหัดเดิน

ครอบครัวเธออยู่อย่างปกติสุข
และมีชีวิตสุขสบายพอสมควร
งานอดิเรกของเธอตอนวัยรุ่นคือ
การอ่านหนังสือและทำตามตารางชีวิต
แต่ตอนเธอวัย 9 ขวบ เธอก็เปลี่ยนไป
หลังจากยิงปืนยาวไรเฟิลครั้งแรกในฟินแลนด์
เธอเริ่มหลงใหลกับการยิงปืนทันที

” ฉันรักมัน  มันคือชีวิตของฉัน
เป็นเรื่องธรรมดามากสำหรับชาวเดิร์ด
ที่จะเรียนรู้การใช้อาวุธแบบนั้น ”

Palani พูดภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกัน
เธอหัวเราะบ่อยครั้งระหว่างการสนทนา
และเรียกผู้สัมภาษณ์ว่า แหม่ม ma’am

ในช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วงในปี  2014
เธอพักการเรียนในมหาวิทยาลัย
แล้วมุ่งหน้าสู่ซีเรียเพื่อรบให้กับชาวเคิร์ด
Palani ต้องการกำจัดพวก ISIS กับ Assad
เพราะเธอเชื่อมั่นว่า

” สู้เพื่อสิทธิมนุษยชนทั้งผอง
ในวันที่  14 พฤศจิกายน 2014
ฉันเดินทางไปอิรัค
แล้วเดินทางต่อไป Rojova ในซีเรีย
ฉันร่วมรบกับ YPG เป็นเวลา 6 เดือน
แล้วฉันก็ร่วมรบกับ Peshmerga
เป็นเวลา 6 เดือนเช่นกัน
ดังนั้น ฉันจึงไปสู้รบเป็นเวลาถึง 1 ปี ”

ในเดือนพฤศจิกายน 2014
กองทัพของผู้นำเผด็จการซีเรีย Bashar al-Assad
กำลังต่อสู้อย่างหนักหน่วงกับการก่อการกบฎภายในประเทศ
และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์พลเมืองในชาติของตนเองมากว่า 3 ปีแล้ว
พวกมันใช้สรรพอาวุธต่าง ๆ มากมายในการทำลายล้างศัตรู
รวมทั้งใช้อาวุธเคมีหลายชนิดกับพลเมืองของตนเองด้วย
ISIS ก็โดนการทำลายล้างแบบฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
ทางตอนเหนือของอีรัคด้วยเช่นกัน

มีเรื่องโหดร้ายมากในคืนแรกของ Palani ในแนวหน้าการรบ
ขณะที่กำลังสู้รบกันตอนกลางคืนร่วมกับนักรบต่างชาติที่มาจากสวีเดน
สหายร่วมรบชาวสวีเดนถูกซุ่มยิงด้วยคนซุ่มยิงของ ISIS
เพราะเห็นไฟวาบของบุหรี่ที่สูบในตอนกลางคืน
กระสุนเจาะเข้ากลางระหว่างคิ้วของสหายร่วมรบ
ผลของการสูบบุหรี่ทำให้ศัตรูเห็นเป้าหมายที่ชัดเจนขึ้นมาก
เลือดของสหายร่วมรบไหลเปรอะเปื้อนชุดเครื่องแบบของเธอ

 19-ol64j3moq69ISTwqXEm-o
“ ฉันบอกว่าเขาไม่ควรสูบบุหรี่ในแนวหน้า
แต่เขาไม่ยอมเชื่อฉันมากนัก
และฉันก็ไม่ยืนกรานอย่างแข็งขันมากนัก
เพราะเป็นครั้งแรกที่ฉันมารบที่นี่
แต่หลังจากหายนะของสหายร่วมรบแล้ว
ฉันจริงจังกับเรื่องนี้มากเลย  แหม่ม “

ในซีเรีย เธอค้นพบว่าเธอมีความสามารถพิเศษในการยิงได้อย่างดี
ในเวลาที่เหมาะสมและการรักษาความเงียบสงบในเวลาซุ่มยิง
ซึ่งทักษะทั้งสองด้านนี้จำเป็นสำหรับการเป็นคนซุ่มยิงที่ดี

ช่วงเวลาที่ต่อสู้กับกองทัพของอัสซาด
เป็นช่วงเวลาที่ท้าทายความตายมากที่สุดในการรบของเธอ
และเป็นความท้าทายอย่างที่สุดในการร่วมรบของเธอ
กองรบของพวกเธอต้องเผชิญหน้ากับการถูกโจมตีด้วย
แก๊สคลอรีน ระเบิดบาร์เรลและระเบิดสูญญากาศ

แม้ว่าระเบิดทั้งหมดเหล่านี้
จะต้องห้ามตามกฎหมายระหว่างประเทศ
ระบอบการปกครองทรราชย์ของอัสซาด
จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด
ต่อการตายของพลเรือนถึง 181,000 คน
และในตอนนี้มันกำลังถูกสอบสวน
ในข้อหาก่ออาชญากรรมสงคราม
และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

“ นักรบ ISIS ง่ายมากเลยที่จะฆ่า
เพราะนักรบ ISIS  พร้อมที่จะเสียสละชีวิตของตนเอง
แต่ทหารอัสซาดได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี
และพวกมันเป็นเครื่องจักรสังหารที่เชี่ยวชาญมาก ”

เธอบอกแหม่มพร้อมกับหัวเราะให้กับตัวเอง

Palani  ลิงโลดใจด้วยความภาคภูมิใจ
เกี่ยวกับบทบาทในฐานะครูฝึกหญิง
ให้กับนักรบสตรีส่วนใหญ่
ที่อายุน้อยกว่าในการสู้กับพวก ISIS

” พวกหญิงสาวเหล่านี้
(หลายคนเป็นทาสกาม ISIS มาก่อน)
ช่างน่าตื่นเต้นเร้าใจอย่างมาก
พวกเธอรู้สึกเบิกบานใจ/ชื่นสุข
หลังจากกลับจากการรบในแนวหน้า
พวกเธอมีความกล้าหาญกันเป็นอย่างมาก
และกล้าหาญมากกว่าที่ฉันเคยเป็น
ตอนที่ฉันอายุเท่า ๆ กับพวกเธอ ”

YPG ยังมีส่วนให้ความช่วยเหลือในภารกิจ
ที่ยากลำบากอย่างยิ่งในการช่วยให้ครอบครัวยาซิดี้ Yazidi
ลักลอบนำคนรักของพวกเขาออกมา
จากเขตปกครองของรัฐอิสลาม ISIS

Palani อธิบายเรื่องนี้ว่าได้รับการติดต่อจากหญิงสาว
บอกเล่าถึงรายละเอียด/สถานที่ตั้งที่ของทาสกาม
และพยายามที่จะหลบหนีออกมา/ร้องขอ
เพื่อขอความช่วยเหลือจากภายนอก

“ แม้ว่าฉันรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องยากสำหรับฉัน
ที่จะอ่าน/รับรู้เรื่องราวที่เด็กน้อยวัย 10 ขวบเศษ
กำลังจะตายเพราะเธอมีเลือดไหล
จากการถูกพวก ISIS ข่มขืน ”

หลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร
และพยานหลักฐานที่น่าเชื่อถือได้
ในเรื่องพวก ISIS ทารุณกรรมและข่มขืนเด็กหญิง
เริ่มต้นขึ้นในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2014

Palani ได้รับมอบหมายให้
มีหน้าที่กับบทบาทใหม่ในช่วงต้นปี 2015
เธอเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพปลดปล่อยอิสรภาพ
ปลดแอกให้กับหมู่บ้านแห่งหนึ่งในใกล้กับโมซูล Mosul

แล้วเธอก็พบว่าเด็กหญิงกลุ่มใหญ่
เป็นพวกถูกจัดขึ้นและรวบรวมมา
เพื่อให้พวก ISIS กระทำชำเรา
มันเป็นซ่องโจรซ่องโสเภณีที่กักขัง
เด็กหญิงไว้รอให้พวกมันเลือกข่มขืน

หรือนำพวกเธอออกไปยืนด้านนอก
เป็นแนวกำบังเวลาเครื่องบินเข้าโจมตี
หรือใช้พวกเธอเป็นโล่ห์มนุษย์
ในแนวหน้าเวลามีการสู้รับกับพวกมัน
เพื่อไว้เป็นข้ออ้างที่ชอบธรรมของโจรว่า
มีการโจมตีเข่นฆ่าเด็กและพลเรือน
และใช้ในการผลิตวาทกรรมซ้ำ ๆ
เพื่อโฆษณาชวนเชื่อเป็นประจำ

“ เด็กหญิง ๆ ทุกคนอายุต่ำกว่า 16 ปี
บางคนอายุน้อยกว่านี้มาก
ฉันพบเด็กหญิงคนนี้ในในโรงพยาบาล
ที่เราต้องพาพวกเธอไปส่ง

เธอเป็นซีเรียคริสเตียน
และเธอกำลังจะเสียชีวิต
ขณะที่ยังจับมือของฉันไว้

เธออายุเพียง 11 ปี
และเธอก็ตั้งครรภ์ฝาแฝด
ใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอบวมเปล่ง

มันเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องนัก
ฉันจำได้ว่าหมอก็ร้องไห้
แล้วตะโกนใส่ฉัน
ขณะที่ฉันเป็นนักรบในครั้งแรก “

20-ol64ksmwpY82ViIn21k-o
เธอต้องโนมน้าวให้หมอ
ทำแท้งเด็กหญิงเพื่อรักษาชีวิตกับสุขภาพ
และไม่ให้มารหัวขนที่เกิดจากพวก ISIS
มาทำลายอนาคตเด็ก
ทั้งยังต้องชักจูงใจแพทย์ว่า
ไม่ต้องรับรู้หรือรับผิดชอบบาปกรรม
กับผลที่ตามมาจากการข่มขืนของพวกมัน
ในที่สุดสามารถรักษาชีวิตเด็กน้อยนี้ไว้ได้
ถึงแม้จะเป็นพ่อและแม่ของเด็กน้อย
จะไม่ยินยอมให้ลูกสาวทำแท้ง

(ศาสนาคริสต์ระบุว่า การทำแท้งเป็นบาป
เพราะทำลายการเกิดที่พระเจ้าสร้างสรรค์
แต่ทัศนคติคนยุโรปยุคใหม่อาจจะมองอีกแบบ)

Palani ยอมรับว่าเธอได้พบเรื่องน่าตื่นเต้นเร้าใจในแนวหน้า

“ ฉันไม่เคยคิดเลยว่าต้องการจะกลับบ้าน
ด้วยความสัตย์จริง  ในบางครั้งฉันก็กลัวเหมือนกัน
แต่มีหลายครั้งที่  ฉันปรารถนาว่าฉันจะอยู่รอด  ใช่เลย

แต่ฉันไม่มีทางเลือกที่สองอีกต่อไปแล้ว
ฉันจะกลับไปอยู่ที่บ้านอีกต่อไปไม่ได้แล้ว
ฉันรู้ดีว่าที่นี่คือที่เหมาะสมกับชีวิตของฉัน ”

การเป็นนักรบของเธอดูเหมือนจะเป็นที่รู้จักกันดี
ช่วงที่เธอกลับบ้านเพื่อมาเยี่ยมครอบครัวที่โคเปนเฮเกน
ในช่วงหยุดพักผ่อนประจำปีหลังจากการสู้รบที่ยาวนาน
เพราะ  Peshmerga  อนุญาตให้ฉันลาพักผ่อนได้ 15 วัน

หลังจากที่เดินทางมาถึงในเดนมาร์ก
ตำรวจได้ส่งอีเมลมาให้ฉันหลังจากนั้นเพียงสามวัน
พวกตำรวจบอกว่าพาสปอร์ตของฉัน
จะต้องถูกระงับและจะถูกเพิกถอนทันที
ถ้าฉันพยายามที่จะเดินทางออกนอกประเทศ
ถ้าฉันจะกลับไปที่นั่นอีก
ฉันจะต้องถูกส่งไปเข้าคุกถึงหกปี

“ เรื่องนี้ทำให้ฉันตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายมาก
หลายต่อหลายคนต่างผิดหวังมากในตัวฉันมาก
เพราะฉันได้ฝึกอบรมผู้หญิงหลายคน
ให้ติดอาวุธและรู้จักการใช้อาวุธปืน
ดังนั้น เรื่องนี้มีความหมายกับฉันเป็นอย่างมาก
กลายเป็นว่าฉันลอยแพพวกเธอไปเลย
ขณะที่การฝึกรบและเทคนิคการสู้รบยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ”

เธอโกรธแค้นกับรัฐบาลเดนมาร์กเป็นอย่างมาก
ในการยึดหนังสือเดินทางของเธอภายใต้กฎหมาย
ที่ระงับการกระทำใด ๆ ที่ยุ่งเกี่ยวกับ
การเคลื่อนไหวที่พัวพันกับพวก ISIS
และความขัดแย้งใด ๆ กับพวก ISIS

การกระทำแบบไม่ตอบโต้กับรัฐบาลเลย  เธออธิบายว่าคือ
“การทรยศ (กับสหายร่วมรบกับลูกศิษย์ของเธอ) “
ตอนนี้เธอมีทางเลือกระหว่างให้ยกเลิกหนังสือเดินทางของเธอ
กับการเดินทางกลับไปร่วมกับกองทัพสหายร่วมรบของเธอ
หรือรอจนกระทั่งรัฐบาลยกเลิกเรื่องดัวกล่าวด้วยความหวังว่า
จะมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายเพื่อระบุถึง
ความแตกต่างในการไปทำสงครามศาสนาจิฮัด  jihadi
ฉันจำเรื่องราวเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี
ฉันเข้าใจในเรื่องการสู้รบต่อสู้และผู้คนที่ฉันได้ทิ้งไว้ที่นั่น”

สุดท้ายเธอให้น้ำหนักทางเลือกกลับไปสู้รบ
เธอบอกกับ แหม่ม ผู้สัมภาษณ์

“ เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ เหล่านี้
กลายเป็นทาสกามพวก ISIS

ฉันคงไม่ใช่มนุษย์
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
การเป็นสาวชาวเคิร์ด

ฉันไม่สามารถปฏิเสธ
เรื่องการไม่สนใจพวกเธอได้
ฉันไม่สามารถพูดได้เลยว่า
ฉันกำลังทำเรื่องที่ดี ๆ ในเดนมาร์ก
เพื่อสะกัดกั้นฆ่าพวกมันที่นั่น
ไม่ให้ลุกลามเข้ามาในยุโรป

(เพราะเรื่องนี้คนเดนมาร์กถือว่าไกลหูไกลตา
อาจจะไม่ใช่เรื่องจริงตามที่มีการเผยแพร่
หรือหลายคนไม่อยากรับรู้/สนใจ
ในเรื่องชะตากรรม/ทารุณกรรมของคนอื่น)

เพราะต่างคิดว่าไม่เป็นไร ไม่เกี่ยวกับพวกตนเลย
ในการที่พวก ISIS กำลังข่มขืนพวกเด็กหญิงเหล่านี้ในเคิร์ด

แต่เธอก็เกลียดความไม่เท่าเทียมกัน
ที่ทำให้เธอสูญเสียเสรีภาพ
กับการที่สหภาพยุโรปปกป้องเธอ
(ไม่ให้กลับไปซีเรียหรืออีรัคอีกต่อไป)

ทำให้ตอนนี้เธอต้องติดอยู่ในโคเปนเฮเกน
แทนการต่อสู้กับสหายร่วมรบ Peshmerga
และบรรดาน้องสาว/ลูกศิษย์ของเธอ
(ซึ่งเธอก็บ่นว่ายังไม่ได้รับเงินกว่าเจ็ดเดือนแล้ว)

เธอค่อนข้างฝืนใจที่จะศึกษาปรัชญาการเมืองในเดนมาร์ก
แม้ว่ารัฐบาลจ่ายเงินเพื่อการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยของเธอ

“ ฉันคือสาวชาวเคิร์ดในยุโรป
ความเชื่อส่วนใหญ่และจริยธรรมของฉันเป็นแบบคนยุโรป
ที่คิดว่าฉันไม่สามารถอาศัยอยู่ในเคิร์ด Kurdistan
เป็นเวลานานกว่าหนึ่งหรือสองปีที่อย่างแน่นอน
เพราะมันไม่มีความสะดวกสบายสำหรับผู้หญิงอย่างฉัน

ฉันอยากจะเลือกความยุติธรรมของประชาชน
มากกว่าการเลือกความสุขส่วนตัว
ฉันจะยอมมอบชีวิตของฉันให้กับยุโรป
เพื่อประชาธิปไตย เพื่อเสรีภาพ และสิทธิสตรี

ฉันรู้สึกเหมือนกับว่า
ฉันทรยศกับสหายร่วมรบ
ที่พร้อมจะเสียสละชีวิตเพื่อฉัน
(ถ้าฉันไม่กลับไปร่วมรบกับสหายศึกอีก) ”

ที่มา https://goo.gl/Nz3rN5


 

ที่มา : Pantip / ravio / https://pantip.com/topic/36100454

Related Post

แบ่งปัน
บทความก่อนหน้านี้17 ภาพถ่ายน่าสนใจที่หาชมได้ไม่ยาก แต่คุณกลับไม่มีโอกาสได้เห็นกันมาก่อน
บทความถัดไป[PR] ภาพข่าวประชาสัมพันธ์ แนะนำจุลินทรีย์ไทยในงานเกษตรแฟร์
กราฟิกดีไซน์สาวแสนติสท์ ชื่อจริงๆชื่อใหม่ ชื่อในโลกโซเชียลชื่อมามิ ชื่อทำเว็บชื่อหมูหัน .. ชอบชื่อไหนก็เรียกชื่อนั้นได้เลย เป็นคนง่ายๆ อะไรก็ได้ ^ - ^ ชอบอยู่คนเดียวเงียบๆ ชอบเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ชอบขีด ชอบเขียน ชอบอ่าน ไม่ชอบพูด .. ไม่ได้มีความรู้เรื่องทำเว็บมากนัก งานดีไซน์ก็เรื่อยๆตามประสาคนหัดทำ งานมาร์เก็ตติ้งก็ศึกษาเอาจากเว็บทั่วไป ขออภัยหากอะไรบางอย่างภายในเว็บดูขัดใจคุณ ขอโทษล่วงหน้านะคะ > _ < ------------------------------------------------------------- สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณทุกท่านที่รักและติดตาม เว็บไซต์นี้เสมอมา .. หมูหัน ขอสัญญาว่าจะทำข้อมูลดีๆให้ทุกท่านอ่าน และ จะทำให้ดีมากยิ่งขึ้น สู้ๆ !! (บอกตัวเองไว้ว่าจะไม่ลืมใส่เครดิตทุกครั้ง และถ้าเป็นไปได้จะพยายามหาข้อมูล+เขียนขึ้นมาเองค่ะ) # หากท่านใดที่เป็นเจ้าของข้อมูลดังกล่าว ไม่ชอบหรือไม่ยินดีที่ทางเรานำข้อมูลของท่านมาลง สามารถ inbox เข้ามาเพื่อให้ หมูหัน ลบข้อมูลของท่านได้ทันที .. # ใครรีเควสคลิปไหน เรื่องย่อ บทละคร เนื้อเพลง รูปจากหนังดัง ซีรีย์ดัง ลิ้งก์โหลดเพลง โหลดหนัง ขำขัน สยองขวัญ ขอกันมาได้เลยค่าาา.. แอดมินหมูหันใจดี ขอมา เราจัดให้ !!!! Fanpage : https://www.facebook.com/moohundotcom ------------------------------------------------------------- ขอบคุณจากใจ i love u So Much !! ^ - ^

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.