แบ่งปัน

 

ยังคงเป็นเรื่องคาใจของสังคม สำหรับคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นกับ น.ส.ฮานนาห์ วิทเธอร์ริดจ์ และนายเดวิด มิลเลอร์ สองนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ อายุ 24 ปี ที่ริมหาดทรายรี บนเกาะเต่า อ.พะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งแม้ตำรวจจะยืนยันรายวันว่า ไม่ได้จับ “แพะ” แต่ชุดข้อสงสัยต่างๆ ยังคงผุดขึ้นถาโถมเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ตลอดเวลา

ล่าสุด วานนี้ (7 ต.ค.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าว 5 เหตุผล ยืนยันว่า นายเวพิว หรือ นายวิน อายุ 21 ปี และนายซอ ลิน หรือ โซเรน อายุ 21 ปี คือคนร้ายตัวจริง ได้แก่

1.พยานบุคคล คือ เพื่อนชาวพม่าของผู้ต้องหา 2.การพิสูจน์ดีเอ็นเอในศพผู้ตาย 3.ภาพจากกล้องซีซีทีวีที่ทีมสืบสวนตรวจสอบและนำมาเป็นพยานหลักฐาน 4.โทรศัพท์ของกลางที่ยึดได้จากผู้ต้องหา ซึ่งเป็นโทรศัพท์ของนักท่องเที่ยวชายที่เสียชีวิต และ 5.คำสารภาพของผู้ต้องหาทั้งสอง ที่ให้การรับสารภาพต่อหน้าทนาย พร้อมกับบอกสังคมออนไลน์ว่า “อย่ามโน” ข้อมูลให้ตำรวจสับสนด้วย

ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงต่างๆ คงอยู่ที่พยานหลักฐาน ที่ทางตำรวจดำเนินคดี แต่ในทางกลับกัน ข้อสงสัยต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทาง “ไทยรัฐออนไลน์” จะพยายามไขคำตอบ

พล.ต.ต.พิศาล มุขแจ้ง ศ.(สบ.6) สำนักงานคณบดี คณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ (รร.นรต.) ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญาวิทยาและศิลปะการต่อสู้ กล่าวกับ​ “ไทยรัฐออนไลน์” กรณีข้อสงสัย “ชายตัวเล็ก 2 คน จะทำร้ายฝรั่งชายหญิงที่ตัวใหญ่กว่ามากจนถึงแก่ความตายได้หรือไม่ จะมีวิธีการอย่างไร…?

พล.ต.ต.พิศาล เผยว่า ก่อนอื่นขอบอกก่อนว่า เรื่องการป้องกันอาชญากรรมเป็นหน้าที่ของทุกคน ไม่ใช่เป็นการโยนภาระให้ตำรวจ ก่อนที่จะให้ใครมาดูแล เราต้องดูแลตัวเองก่อน และการเรียนศิลปะป้องกันตัวก็ไม่สามารถใช้ได้ 100% ถ้าคนร้ายมีอาวุธ โอกาสโดนทำร้ายได้ทุกคน ยิ่งถ้าเราไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ ก็ยิ่งต้องระมัดระวัง ถ้าไม่มีการระมัดระวังก็จะถูกจู่โจมเข้าจุดวิกฤติ เช่น กระเดือก ศีรษะ หรือถ้าผู้ชายก็คือ จุดยุทธศาสตร์ที่หว่างขา แต่ถ้าคนร้ายมีเครื่องทุ่นแรง ก็สามารถก่อเหตุได้ทั้งนั้น

พล.ต.ต.พิศาล ยังกล่าวถึงคำถามที่สังคมเคลือบแคลงข้อหนึ่งว่า คนตัวใหญ่ มีความสูงแตกต่างกันมาก จะถูกคนตัวเล็กทำร้าย โดยเฉพาะที่ศีรษะ สามารถทำได้หรือไม่ ว่า ไม่ว่าตัวเล็กหรือตัวใหญ่ ถ้าเผลออยู่ ก็สามารถถูกทำร้ายได้ ส่วนคนตัวเล็กจะล็อกคอคนตัวใหญ่ได้หรือไม่นั้น หากมีสติอยู่ ก็คงทำได้ยาก หรืออาจจะต้องใช้เวลา แต่ถ้าถูกทำร้ายด้วยอาวุธ ก็สามารถทำได้

นักอาชญาวิทยา ยังกล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องสรีระต่างกันจะมีปัญหาต่อการก่อเหตุอาชญากรรมหรือไม่ เรื่องนี้จากประสบการณ์ คิดว่าน่าจะสามารถทำได้ เนื่องจากหลักของการเกิดอาชญากรรมนั้น จะมีปัจจัยรวมกัน 3 อย่าง คือ 1.อาชญากร – เหตุจูงใจ เพศ ทรัพย์สิน และอื่นๆ 2.มีเหยื่อ – เป้าหมาย ประโยชน์ที่มุ่งหวัง 3.โอกาส – คือการไม่ทำให้ตัวเองเป็นเหยื่อ หากทั้งสามข้อนี้รวมกัน ก็ง่ายต่อการเกิดอาชญากรรม ไม่ว่าผู้ก่อเหตุจะเป็นลักษณะใด ก็สามารถลงมือได้

พล.ต.ต.พิศาล ระบุอีกว่า เคยเจอกรณีหนึ่ง ได้มีคนร้ายมองคู่รักหนึ่งคู่มีอะไรกันที่กระโปรงรถ ปรากฏว่า คนร้ายรายนั้นปีนกำแพงที่สูงมาก ข้ามมาจะทำร้ายเหยื่อ โดยหวังจะข่มขืน แต่โชคดีที่เหยื่อรายนั้นรู้ตัวก่อน แต่เมื่อไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่ากำแพงดังกล่าวสูงมาก ก็สงสัยว่าปีนขึ้นมาได้อย่างไร

ศาสตราจารย์โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อธิบายต่อว่า คนที่ก่อเหตุทางเพศ เมื่อเห็นภาพจะเกิดแรงกระตุ้น คล้ายกับกรณีไฟไหม้ยกตู้เย็น แม้จะไม่เคยก่อคดีดังกล่าวมาก่อน แต่เมื่อมีแรงกระตุ้น สัญชาตญาณดิบจะพุ่งออกมา และพุ่งตรงเข้าไปทำร้ายเหยื่อได้ เรียกว่า สัญชาตญาณดิบกดจิตสำนึก เมื่อมีโอกาสก็เชื่อว่าคนร้าย 2 คน สามารถลงมือก่อเหตุได้ แม้คู่ต่อสู้จะตัวใหญ่ แต่ถ้ามีอาวุธก็ยิ่งง่าย หากโดนอาวุธด้วยแล้ว แรงก็หายไปเกินครึ่ง ส่วนคนร้ายถ้าลงมือแล้ว ก็จะไม่มีความเป็นมนุษย์ เหมือนกับเป็นสัตว์ป่าทำร้ายแบบไร้จิตสำนึกความเป็นคน

พล.ต.ต.พิศาล กล่าวทิ้งท้ายว่า คดีนี้ตนไม่ได้ติดตามอย่างใกล้ชิด หากให้วิเคราะห์แล้ว ก็มีจุดกังวลที่คนร้ายสามารถลงมือได้ คือ ตอนเกิดเหตุไม่ทราบว่าบุคคลทั้งสองอยู่ในสภาพอย่างไร หากมีปัจจัยอื่นๆ เช่น มีการดื่มสุรา หรือเสพสารมึนเมาต่างๆ คนแค่ 2 คน ก็สามารถที่จะลงมือสังหารเหยื่อได้

ขณะที่แหล่งข่าวที่มีความเชี่ยวชาญ เรื่องศิลปะป้องกันตัวขั้นสูงอีกราย ให้ความเห็นในประเด็นเดียวกันนี้ว่า หากเป็นการต่อสู้ซึ่งหน้า ถ้าคนตัวเล็กได้รับการฝึกฝนมา ก็สามารถทำร้าย หรือล็อกคอคนที่ตัวสูงใหญ่กว่าได้ถึงแก่ชีวิต แต่ถ้านั่งอยู่ก็ยิ่งสามารถทำได้ง่าย ยิ่งหากมีอาวุธด้วยแล้ว หากถูกทำร้าย แม้ไม่ตายก็ไร้เรี่ยวแรงที่จะต่อสู้

ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้รายเดิม เผยอีกว่า เหตุการณ์ลอบทำร้ายนั้น จริงๆ แล้วก็ไม่แตกต่างจากหนัง เมื่อเกิดเหตุการณ์จริง แต่ละคนจะมีลักษณะแตกต่างกัน บางคนพยายามร้องขอชีวิต จนไม่ได้ทันที่จะคิดต่อสู้ เพราะอยู่ในอาการตระหนกตกใจ ก็เป็นได้

สำหรับในตอนต่อไป ทีมเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะนำทุกท่านไปไขข้อข้องใจ เรื่องรอยบาดแผล ที่มีการตั้งข้อสงสัยอย่างกว้างขวาง จะเป็นอย่างไร ติดตามได้ในวันพรุ่งนี้ …

 

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/455250

 

Related Post

แบ่งปัน
บทความก่อนหน้านี้10 วิธีสังเกตว่าเค้าแอบชอบเรารึเปล่า?
บทความถัดไปไขข้อสงสัยคดีเกาะเต่า แพะไม่แพะ ตอน 2 จอบอาวุธสังหาร ตรวจ DNA ถุงยาง?
กราฟิกดีไซน์สาวแสนติสท์ ชื่อจริงๆชื่อใหม่ ชื่อในโลกโซเชียลชื่อมามิ ชื่อทำเว็บชื่อหมูหัน .. ชอบชื่อไหนก็เรียกชื่อนั้นได้เลย เป็นคนง่ายๆ อะไรก็ได้ ^ - ^ ชอบอยู่คนเดียวเงียบๆ ชอบเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ชอบขีด ชอบเขียน ชอบอ่าน ไม่ชอบพูด .. ไม่ได้มีความรู้เรื่องทำเว็บมากนัก งานดีไซน์ก็เรื่อยๆตามประสาคนหัดทำ งานมาร์เก็ตติ้งก็ศึกษาเอาจากเว็บทั่วไป ขออภัยหากอะไรบางอย่างภายในเว็บดูขัดใจคุณ ขอโทษล่วงหน้านะคะ ------------------------------------------------------------- สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณทุกท่านที่รักและติดตาม เว็บไซต์นี้เสมอมา .. หมูหัน ขอสัญญาว่าจะทำข้อมูลดีๆให้ทุกท่านอ่าน และ จะทำให้ดีมากยิ่งขึ้น สู้ๆ !! (บอกตัวเองไว้ว่าจะไม่ลืมใส่เครดิตทุกครั้ง และถ้าเป็นไปได้จะพยายามหาข้อมูล+เขียนขึ้นมาเองค่ะ) # หากท่านใดที่เป็นเจ้าของข้อมูลดังกล่าว ไม่ชอบหรือไม่ยินดีที่ทางเรานำข้อมูลของท่านมาลง สามารถ inbox เข้ามาเพื่อให้ หมูหัน ลบข้อมูลของท่านได้ทันที .. # ใครรีเควสคลิปไหน เรื่องย่อ บทละคร เนื้อเพลง รูปจากหนังดัง ซีรีย์ดัง ลิ้งก์โหลดเพลง โหลดหนัง ขำขัน สยองขวัญ ขอกันมาได้เลยค่าาา.. แอดมินหมูหันใจดี ขอมา เราจัดให้ !!!! Fanpage : https://www.facebook.com/moohundotcom ------------------------------------------------------------- ขอบคุณจากใจ i love u So Much !! ^ - ^

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.