แบ่งปัน

คุณรู้หรือไม่ว่าทั่วโลกต่างมีแวมไพร์ทั้งสิ้น แม้ว่าเรื่องของแวมไพร์ดังกล่าวจะแตกต่างจากแวมไพร์
ที่เรารู้จักสักหน่อย แต่กระนั้นทุกเรื่องเรื่องล้วนน่ากลัวสยดสยอง ต่างจากตะวันตกที่แปลงร่างเป็น
ค้างคาวเดือดเลือดคนเฉยๆ และนี้คือตำนานแวมไพร์จากทั่วโลกที่น่ากลัว

7.The LoogaRoo

1067548-img.svo64t.0p

Soucouyant หรือซูเครียนต์ หรือลูการู เป็นปีศาจดูดเลือดเช่นเดียวกับแวมไพร์ ตามความเชื่อของประเทศแอฟริกันแถบทะเลแคริบเบียน โดมินิกาตรินิแดดและโตเบโก และกัวเดอลูป คำๆนี้มาจากคำว่า Sucer ในภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า “ดูด” 

โดยตำนานมีอยู่ว่า…ตอนกลางวันลูการูจะเป็นหญิงชราธรรมดาคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ท้ายหมู่บ้าน ตกกลางคืนหญิงชราดังกล่าวจะเปลี่ยนร่างหนังเหี่ยวย่น จากนั้นก็แปลงร่างกลายเป็นลูกไฟลุกกลมๆ ล่องลอยไปผ่าความมืด มองหาตามล่าเหยื่อ และมันจะเข้าบ้านของเหยื่อโดยผ่านรูกุญแจหรือผ่านรอยแตก จากนั้นมันจะสืบเลือดเหยื่อในขณะหลับผ่านแขนขาและส่วนอื่นๆ ของร่างกายจนเลือดหมดร่างตาย อีกทั้งยังเชื่อว่าหากเหยื่อตายจะกลายเป็นวันลูการูต่อไป

เชื่อว่าตำนานดังกล่าวมาจากวัฒนธรรมยุโรปผสมกับแคริบเบียน โดยผ่านบรรดาทาสแอฟริกัน

6. Alp (folklore)

1067548-img.svo64t.1p

เอลฟ์(เยอรมัน) เป็นสิ่งมีชีวิตตามความเชื่อของเยอรมัน ที่มีพฤติกรรมเหมือนบูกี้แมน แวมไพร์ และอินคูบัส โดยเอลฟ์ในภาษาเยอรมันหมายถึง “เด็กซน” รูปร่างเหมือนมารตัวเล็กเหมือนเด็ก สวมหมวกเรียกว่า Tarnkappe หรือหมวกพรางตาที่มีพลังวิเศษทำให้คนอื่นมองไม่เห็น 

โดยมันชอบโจมตีผู้หญิงในขณะนอนหลับในตอนกลางคืน โดยทำให้ผู้หญิงเกิดฝันร้ายน่ากลัวโดยการนั่งคร่อมหน้าอก และน้ำหนักตัวจะบดจนผู้หญิงเกิดอัมพาตขณะนอนหลับ ทำให้เกิดฝันร้ายเหมือนผีอำและหอบ จนเกิดภาวะหยุดหายใจในขณะนอนหลับ นอกจากนี้มันยังล่วงเกินทางเพศด้วยการดูดเลือดจาอกหัวนมเหมือนลูกดูดนมแม่ (นอกจากนี้ยังดูดเลือดจากหัวนมของผู้ชายและเด็กเล็ก) 

1067548-img.svo64t.2p

 

นอกจากนี้มันยังสามารถเปลี่ยนร่างได้ โดยมันสามารถเปลี่ยนเป็นแมว หมู งู หรือผีเสื้อสีขาวขนาดเล็ก มันสามารถบินได้เหมือนนก สามารถขี่ม้า โดยวิธีป้องกันปีศาจดังกล่าวจะทำโดยการแขวนเกือกม้าเหล็กกับเสาเตียง หรือวางกระจกบนหน้าอก ส่วนที่มาของความเชื่อดังกล่าวนั้นมีหลากหลาย

แต่ความเชื่อที่เชื่อมากที่สุดก็คือที่อยู่อาศัยของมันอยู่ที่เทือกเขาแอลป์ ที่กำเนิดจากจิตวิญญาณของเด็กที่ตาย
จนกลายเป็นปีศาจร้ายที่ชอบรังครวญมนุษย์

5. The Loups Garou

1067548-img.svo64u.3p

เป็นอีกชนิดของชนเผ่ามนุษย์หมาป่า ในประเทศฝรั่งเศส แน่นอนหลายคนก็รู้ว่ามนุษย์หมาป่าเป็นผีจำพวกเดียวกับแวมไพร์และมีพฤติกรรมคล้ายกัน คือ ดื่มกินเลือดและเนื้อของมนุษย์และสัตว์อื่นเป็นอาหาร 

เป็นความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ของชาวยุโรปในยุคกลาง โดยที่เชื่อว่า บุคคลที่เป็นมนุษย์หมาป่าจะกลายร่างเป็นหมาป่าในคืนวันพระจันทร์เต็มดวง อาจจะแปลงร่างเป็นหมาป่าทั้งตัวเลยก็ได้ หรือครึ่งคนครึ่งหมาป่า หรือแม้กระทั่งแปลงเป็นสัตว์ป่าชนิดอื่น เช่น หมี ค้างคาวยักษ์ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ เป็นต้น

ในประเทศฝรั่งเศสมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับมนุษย์หมาป่าที่น่ากลัวมากมาย จากบันทึกของประเทศฝรั่งเศส ย้อนหลังไปใน
ค.ศ.1573 เมื่อหมู่บ้านแห่งหนึ่งต้องหวาดผวาจากการมีเด็กหลายคน ถูกสังหารและฆาตกรได้กินเนื้อหนังศพ
ทางการจับผู้ต้องสงสัยได้นามว่า กิลส์ การ์นิเยร์ เขาต้องยอมรับสารภาพเนื่องจากถูกทรมาน โดยเขาบอกว่าเป็น
มนุษย์หมาป่า และนั่นทำให้เกิดกรณีล่ามนุษย์หมาป่าเหมือนล่าแม่มด โดยที่วิธีการฆ่ามนุษย์หมาป่าจะคล้าย ๆ
กับแวมไพร์ โดยตอกด้วยลิ่ม หรือเผา

ที่เห็นบ่อยโดยเฉพาะในภาพยนตร์ก็คือ การยิงด้วยกระสุนที่ทำจากเงินหรือกระสุนผ่านการปลุกเสก
มนุษย์หมาป่าก็แพ้แสงแดด และถูกตามล่าเหมือนกับแวมไพร์

4. Krasue

1067548-img.svo64u.4p

กระสือ เป็นผีชนิดหนึ่งตามความเชื่อในประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย กัมพูชา และไทย นอกจากนี้ยังมีตำนานคล้ายๆ กันในญี่ปุ่นโดยในประเทศไทย 

ส่วนใหญ่ที่รู้จักคือ กระสือมักสิงสู่อยู่ในตัวของคนเพศหญิงซึ่งโดยมากมักเป็นยายแก่ (หากเป็นผู้ชายเรียกกระหัง)
ทำให้คนเป็นกระสือชอบรับประทานของสดคาว มักออกหากินกลางคืนและไปแต่หัวกับตับไตไส้พุง ส่วนร่างกาย
คงทิ้งไว้ที่บ้าน เวลาไปจะเห็นเป็นดวงไฟดวงโตมีแสงสีเขียวเรืองวาม ๆ นอกจากของสดของคาวแล้ว กระสือยังชอบ
รับประทานของโสโครก เช่น อุจจาระ นอกจากนั้นยังชอบกินเลือด โดยถ้าใครคลอดลูกใหม่ กลิ่นสดคาวของเลือด
จะชักนำให้ผีกระสือมา และเข้าสิงกินตับไตไส้พุงของหญิงที่คลอดลูกหรือของทารกที่คลอดนั้น

ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านจึงมักเอาหนามพุทราสะไว้ที่ใต้ถุนเรือนตรงที่มีร่องมีรู เพื่อป้องกันมิให้กระสือเข้ามา
เชื่อกันว่ากระสือกลัวหนามเกี่ยวไส้

1067548-img.svo64v.5p

กระสือมักถูกอธิบายในทางวิทยาศาสตร์ว่า คือ ดวงไฟที่ลุกโชนจากโมเลกุลของก๊าซมีเทนที่เกิดจากการสะสมของ
ซากเน่าเปื่อยของอินทรียสารในนาข้าวหรือท้องทุ่ง

แต่กระนั้นผู้เชี่ยวชาญบางคนบอกว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะก๊าซมีเทนในนาข้าวนั้นไม่ได้มีปริมาณมากพอ
ที่จะเกิดการลุกไหม้ อีกทั้งถ้าลุกไหม้จริงก็จะปรากฏอยู่บริเวณเฉพาะผิวหน้าของวัตถุ มิได้ลอยขึ้นไปใน
อากาศหรือเคลื่อนที่

3. Polong & Pelesit

1067548-img.svo64w.6p

โปลอส เป็นความเชื่อของประเทศมาเลเซีย โดยเป็นผีที่เกิดจากเลือดของคนที่ถูกฆ่าตาย โดยหากเอาเลือดดังกล่าวใส่ในขวดและทิ้งไว้ 1-2สัปดาห์ วิญญาณผู้ตายจะถูกเรียกออกมาและสะกดไว้ในขวดดังกล่าว หลังจากนั้นอีกสองสัปดาห์เจ้าของจะเริ่มได้ยินเสียงจากในขวด โดยเป็นเสียงร้องไห้ 

ส่วนรูปร่างเหมือนผู้หญิงเปลือยอาศัยอยู่ในขวด จากนั้นเจ้าของควรตัดนิ้วมือของเขาและกรีดเลือดเข้าในขวดเพื่อเป็นอาหารแก่ปีศาจ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความจงรักภักดีที่พร้อมเป็นปีศาจรับใช้เจ้าของต่อไป ซึ่งมันจะไม่ฟังใคร
นอกจากเจ้าของ 

1067548-img.svo64x.7p

 

โดยมากเจ้าของมักเป็นพ่อมดหมอผีที่ใช้โปลอสมาเป็นเครื่องคำสาป โดยโปลอสจะทำร้ายผู้คนโดยทิ้งรอยแผลช้ำ
และมักดูดเลือดออกจากปากพวกเขาด้วย และหากไม่ให้อาหารโปรอสจะโกรธและเริ่มเป็นอันตรายต่อสังคม โดยวิธี
ป้องกันคือ การใช้เมล็ดพริกไทยดำ(ผสมน้ำมันและกลีบกระเทียม) โยนใส่โปลอสเพื่อลดพลังของมัน

1067548-img.svo64x.8p

ส่วนเปเล่ซีทนั้นเหมือนกรณีของโปลอส คือเป็นความเชื่อของประเทศมาเลเซียเหมือนกัน โดยปีศาจดังกล่าวจะถูก
เก็บในขวดเล็ก และต้องให้เลือดในทุกพระจันทร์เต็มดวง หากแต่เปเล่ซีทจะถูกเลี้ยงดูโดยผู้หญิง โดยจะต้องแยกตัว
ออกจากสังคมเพื่อฝึกมนต์ดำจนได้รับพลังดังกล่าว

2. Blutsauger

1067548-img.svo64x.9p

Blutsauger เป็นอีกชนิดหนึ่งของแวมไพร์เยอรมันรูปร่างขนยาวรุงรัง คล้ายกับบิ๊กฟุตของอเมริกา นอกเหนือจะดูดเลือดเหยื่อแล้ว มันยังกินมูลและซากศพจากหลุมศพด้วย ซึ่งในเยอรมันเองก็มีตำนานแวมไพร์หลากหลาย ในประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงก็เคยมีเรื่องแนวนี้เกิดขึ้น 

1067548-img.svo64y.10p

โดยช่วงกลาง ค.ศ. 1700 ปีเตอร์ โปลโกโจวิทช์ ชาวไร่ชาวเซอร์เบียอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านกิสิโลวาแห่งตำบลราห์น
เสียชีวิตลงเมื่ออายุ 62 ปี โดยไม่ทราบสาเหตุเสยชีวิตแน่ชัด หลังจากที่ฝังศพเขาได้นานสิบอาทิตย์ ชาวบ้านก็เห็น
โปลโกโจวิทช์ปรากฏกายขึ้นในยามค่ำคืน บรรดาผู้คนที่ได้พบเห็นเขากล่าวว่าเขาบุกรุกเข้าถึงเตียงนอนและทำร้ายเหยื่อ โดยภายในเวลาเพียงหนึ่งอาทิตย์ ก็มีผู้ถูกทำร้ายจนเสียชีวิตถึงเก้าคน

หลังจากนั้นภรรยาของปีเตอร์ โปลโกโจวิทช์ก็บอกว่าเขาเคยมาพบเธอและร้องขอร้องเท้าจากเธอ (เป็นความเชื่อ
ของยุโรปว่าผีดูดเลือดแม้ตายแล้วยังมีกิเลสและยึดติดกับทรัพย์สมบัติอยู่) ภรรยาของเขาหวาดกลัวแล้วเผ่นหนี
ออกจากหมู่บ้านทันที ผลสุดท้ายชาวบ้านทนไม่ไหวจึงลงมิติขุดศพของนายโปลโกโจวิทช์ขึ้นมาเพื่อทำลาย
ให้สิ้นซากเสียเลย และเมื่อ ชาวบ้านขุดศพขึ้นมา ชาวบ้านต่างตะลึงเมื่อศพไม่ส่งกลิ่นเน่าออกมาเลยแม้แต่น้อย
อีกทั้งสภาพศพก็ไม่เน่าเปื่อย

นอกจากบริเวณจมูกและผิวด้านนอกของร่างกาย ที่น่าแปลกคือเกิดผิวหนังใหม่เข้ามาแทนที่ผิวด้านนอกที่เปื่อยหลุดออก(ประมาณคล้ายงูลอกคราบ) เล็บของเขาหลุดออกก็ปรากฏเล็บอ่อนที่กำลังงอกขึ้นมาใหม่เช่นกัน และบริเวณปากของเขาก็มีเลือดไหลซึมเป็นทางชาว บ้านรีบจัดการทำลายผีดูดเลือดตนนี้ โดยการใช้ตอกแท่งไม้แหลมทะลุผ่านหัวใจ ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างยืนยันว่ามีเลือดสดๆ ไหลทะลักออกมามากมาย

หลังจากนั้นชาวบ้านก็เผาศพทันที ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาผีดูดเลือดก็ไม่มาทำร้ายชาวบ้านอีกเลย

1.Vampire Pumpkins and Watermelons

1067548-img.svo64y.11p

แวมไพร์ฟักทองและแตงโม เป็นความเชื่อในประเทศแถบบอลข่านในทิศตะวันออกเฉียงใต้ของยุโรป(ยิบซี?) โดยมีความเชื่อว่าวัตถุใดๆ ที่ไม่มีชีวิต หากทิ้งไว้ข้างนอกในตอนกลางคืนในพระจันทร์เต็มดวงมันจะกลายเป็นแวมไพร์ หรือแตงโมหรือฟักทองชนิดต่างๆ 

1067548-img.svo64y.12p

หากเก็บไว้นานกว่าสิบวันหรือวันคริสมาสต์ ก็จะกลายเป็นแวมไพร์เช่นกัน โดยมันจะกลิ้งไปรอบๆ บนพื้นดินและคำราม หากแต่กระรนั้นหลายคนไม่กลัวแวมไพร์ดังกล่าวนักเพราะพวกมันไม่มีฟัน

ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดตำนานดังกล่าวก็เนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของแตงโมและฟักทองหากเก็บไว้นานเกินไป
เมื่อเขย่าดูจะเกิดเสียงแปลกๆ และจะมีน้ำไหลออกมาทำให้ดูเหมือนเลือด

 

ขอบคุณที่มา:http://www.cmxseed.com/cmxseedforumn/index.php?PHPSESSID=ftn53g0cpb7knf99rrvisgn200&topic=163315.0
เนื้อหาจากบทความ
7 Vampires Around the World Worse Than The Ones In Twilight
http://www.cracked.com/article/128_7-vampires-around-world-worse-than-ones-in-twilight/
cr.cammy@dek-d

 

 

Related Post

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.